ในบทความนี้ผมอยากเสนอแนะการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบเพื่อเป็นพื้นฐานในการสร้างแบรนด์ประเทศไทยจาก Nation-Branding Mechanism Model (Lee, 2009) ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 สร้างวิสัยทัศน์สำหรับแบรนด์ของประเทศ
วิสัยทัศน์ต้องเป็นสิ่งที่ประเทศปรารถนา น่าดึงดูดใจ เกิดจากความเข้าใจสถานะของตัวเองอย่างแท้จริง เพื่อกำหนดทิศทางของแบรนด์ประเทศในอนาคต โดยต้องสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประเทศที่สะท้อนค่านิยมและอุดมการณ์ที่อยู่ภายในของคนภายในประเทศ เช่น ในปี 1992 ประธานาธิบดีคิม ยองซัมของเกาหลีใต้ประกาศวิสัยทัศน์ว่าจะสร้าง “ประเทศเกาหลีใหม่บนฐานเศรษฐกิจใหม่” (New Korea based on the New Economy) เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเป้าหมายสำหรับแบรนด์ของประเทศ
ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายร่วมกันกำหนดเป้าหมาย โดยเริ่มต้นจากเป้าหมายภาพรวม เช่น ต้องการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จากนั้นกำหนดวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนขึ้น เช่น เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมไฮเทคเข้ามายังประเทศ ท้ายที่สุดจึงกำหนดเป้าหมายที่เจาะจง เช่น เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์การเป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) เกาหลีใต้ในเวลานั้นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้น จึงตั้งเป้าเป็นประเทศที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ได้ในปี 2000 เป็นต้น
ขั้นตอนที่ 3 การพัฒนากลยุทธ์สำหรับการสร้างแบรนด์ของประเทศ
ภาครัฐต้องตัดสินใจว่าจะจัดสรรทรัพยากร จะใช้จุดอ่อน จุดแข็งที่ตนเองมีเพื่อสื่อสารแก่นสารของแบรนด์ของประเทศไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งต้องมีการกำหนดตำแหน่ง (Positioning) ของประเทศว่าจะอยู่จุดใดในเวทีโลก จะชูสินค้าและบริการใด ในตลาดไหน เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้ต้องสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศในภาพรวมด้วย ในกรณีของเกาหลีใต้ รัฐบาลในเวลานั้นจึงใช้กลยุทธ์การเร่งขยายการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนอุตสาหกรรมที่ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ โดยการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนา ผ่อนคลายกฏระเบียบสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในเกาหลีใต้ รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมด้านกฎระเบียบทางด้านการเงินการลงทุนอีกด้วย
ขั้นตอนที่ 4 การนำกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ประเทศไปปฏิบัติ
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติในเรื่องการสร้างแบรนด์อาจทำได้หลายช่องทาง เช่น การให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในระดับนานาชาติ การโฆษณา การทำประชาสัมพันธ์ (PR) เช่นเดียวกับการดำเนินงานขององค์กรในภาคธุรกิจ เป็นต้น ในภาคปฏิบัติสำหรับประเทศเกาหลีใต้ในช่วง 1990s – 2000s นั้น ประเทศได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ส่งเสริมโครงการวิจัยและพัฒนาระดับประเทศ สร้างและอำนวยความสะดวกแก่สถาบันวิจัยและพัฒนาในระดับประเทศ สร้างความร่วมมือกับประเทศพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีในระดับสูง เพิ่มจำนวนนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถสูง สร้างเครือข่ายนักธุรกิจ มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม เป็นต้น
ปัจจุบันเราจะเห็นว่าประเทศเกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศหนึ่งที่มีการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสูง สินค้าไฮเทคจำนวนมากที่ผลิตจากประเทศเกาหลีใต้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกอย่างกว้างขวาง ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากการวางแผนสร้างแบรนด์ที่ทำมาอย่างยาวนาน
ประเทศไม่ใช่บริษัทหรือองค์กรธุรกิจ การสร้างแบรนด์ของประเทศกับการสร้างแบรนด์ของสินค้าอาจคล้ายกันในเชิงแนวคิด แต่แตกต่างกันในเชิงเป้าหมายและการปฏิบัติ (Fan, 2005) แต่อย่างไรก็ตามเราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการสร้างแบรนด์ให้กับประเทศนั้นมีความสำคัญต่อความสำเร็จของประเทศ เช่นเดียวกับการที่สร้างแบรนด์สินค้ามีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรธุรกิจ ด้วยเหตุนี้ในโลกที่ขับเคลื่อนโดยเศรษฐกิจเป็นตัวนำนั้นประเทศต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้างแบรนด์ของประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งต้องอาศัยเวลา การทำอย่างต่อเนื่องและความคงเส้นคงวา สอดคล้องกัน ซึ่งสิ่งนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีการวางแผนระยะยาวและผู้นำขาดวิสัยทัศน์
(ผู้อ่านสามารถอ่านเพิ่มเติมแนวคิดเรื่องนี้ที่ผมเคยเสนอไว้ได้ในบทความเรื่อง “ข้อเสนอแนะเพื่อการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทย” ซึ่งตีพิมพ์ในคอลัมน์ “แนวคิด ดร.แดน” เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2554 http://www.dailynews.co.th/article/347/1052)
(ผู้อ่านสามารถอ่านเพิ่มเติมแนวคิดเรื่องนี้ที่ผมเคยเสนอไว้ได้ในบทความเรื่อง “ข้อเสนอแนะเพื่อการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศไทย” ซึ่งตีพิมพ์ในคอลัมน์ “แนวคิด ดร.แดน” เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2554 http://www.dailynews.co.th/article/347/1052)
